Monday, 27 October 2014

การทอผ้าฝ้ายยกดอก

การทอผ้าฝ้ายยกดอก





           ในอดีตการถ่ายทอดความรู้การทอผ้ายกลำพูนจะใช้วิธีถ่ายทอดโดยการสอนกันในครอบครัวหรือชุมชน จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นการสอนตัวต่อตัวและผู้เรียนต้องฝึกปฏิบัติจริงจึงจะได้รับและเกิดความชำนาญในความรู้นั้น ปัจจุบันมีบุคคลที่สนใจได้ศึกษาและนำความรู้การทอผ้ายกลำพูนบันทึกไว้ในรูปแบบเอกสาร ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากอดีต 
           การถ่ายทอดความรู้การทอผ้ายกลำพูนจัดเป็นการถ่ายทอดความรู้เชิงนัยเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนักที่จะเรียบเรียงคำอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถนำมาฝึกปฏิบัติได้โดยง่าย เนื่องจากความรู้การทอผ้ายกลำพูนเป็นเรื่องที่ละเอียด มีเทคนิค วิธีการที่ซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เป็นอย่างมาก และต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ รวมทั้งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทอผ้า ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้นี้จึงยังคงนิยมถ่ายทอดโดยวิธีการสอน การบอกต่อๆ กันไปในกลุ่มผู้ที่สนใจการทอผ้า ซึ่งส่วนมากเป็นผู้สูงอายุหรือกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการหารายได้เสริมหรือไม่มีงานทำ กระบวนการทอผ้ายกลำพูนที่มีผู้สนใจรับจ้างมากที่สุดคือการทอผ้า เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ง่ายกว่าขั้นตอนอื่นๆ เพราะผู้ทอจะทอตามลวดลายผ้าที่คัดลายมาเรียบร้อยแล้ว จึงส่งผลให้มีผู้ที่มีความรู้การทอผ้าจำนวนมากกว่า ผู้ที่มีความรู้ในขั้นตอนอื่นๆ เช่น การคัดลาย การเก็บตะกอดอก เป็นต้น 
           ปรีชาเกียรติ บุณยเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญการทอผ้ายกได้กล่าวถึงการถ่ายทอดความรู้นี้ว่า เป็นสิ่งที่อธิบายได้ยากเนื่องจากการทอผ้ายกลำพูนนี้เป็นงานศิลปะเฉพาะท้องถิ่น ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ที่นำเอาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ลักษณะนิสัย ตัวตนของท้องถิ่นใส่ลงไปในงานทุกกระบวนการของการทอผ้ายกลำพูน ตั้งแต่การเตรียมเส้นไหม การออกแบบลวดลายที่อ่อนช้อย จนถึงกระบวนการทอทุกขั้นตอน ดังนั้นการลอกเลียนแบบเกี่ยวกับจิตวิญญาณที่อยู่ในตัวตนของคนท้องถิ่นจึงทำได้ยาก แต่หากจะลอกเลียนแบบวิธีการทอนั้นทำได้ถึงแม้จะมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่ถ้ามีความพยายาม ตั้งใจจริง ก็สามารถทำได้ แต่ลักษณะที่ถ่ายทอดออกมาบนผืนผ้าอาจแตกต่างกันออกไปแต่ละท้องถิ่นเพราะต่างมีวิถีชีวิต นิสัย ความชอบ ที่แตกต่างกันออกไป 
           สำหรับการทอผ้ายกลำพูนนี้มีผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านที่มีความชำนาญ แต่ไม่รู้วิธีการถ่ายทอดเพราะท่านเรียนู้จากการเห็นคุณแม่ คุณยายหรือคนในครอบครัวทอผ้า และบางครั้งต้องขึ้นไปนั่งทอแทน ดังนั้นความรู้การทอผ้าที่่านได้มานั้นได้จากการสังเกตและการฝึกฝน ลงมือปฏิบัติจริง แต่ในยุคปัจจุบันภาพเหล่านี้มีให้เห็นลดน้อยลงมาก คนรุ่นใหม่ก็หันไปเรียนหนังสือในเมืองและทำงานบริษัทมากขึ้น หรือแม้แต่คนในครอบครัวก็ต้องออกไปรับจ้างงานอาชีพอื่นมากขึ้นเพื่อให้มีรายได้มากกว่ารายได้จากการทอผ้า คนรุ่นใหม่จึงมีโอกาสในการเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้การทอผ้ายกลำพูนน้อยลง หรือหากมีก็เป็นเพียงบางส่วน บางขั้นตอนของกระบวนการทอผ้ายกทั้งหมด เช่น เรียนรู้เฉพาะวิธีการทอ เท่านั้น

No comments:

Post a Comment